ลืมรหัสผ่าน
 ลงทะเบียน
ค้นหา

เก็งข้อสอบวิชาอนุพุทธประวัติ นักธรรมชั้นโทตอนที่ ๑ สาหรับสอบธรรมสนามหลวง (แบบตอบทวนคาถาม)

โพสต์โดย: admin | เมื่อ: 2017-7-31 22:02| เปิดอ่าน: 473| ความคิดเห็น: 0

๑. อนุพุทธบุคคลคือบุคคลพวกไหน ? ได้ชื่อว่าอย่างนั้นเพราะเหตุไ ?
ตอบ อนุพุทธบุคคล คือบุคคลผู้เป็นสาวกของพระพุทธเจ้า ได้ชื่ออย่างนั้นเพราะเป็นผู้รู้ตามพระพุทธเจ้า.

๒. พระสาวกสงฆ์ผู้ได้ชื่อว่าอนุพุทธะ มีความสาคัญอย่างไร ?
ตอบ พระสาวกสงฆ์ผู้ได้ชื่อว่าอนุพุทธ มีความสาคัญ คือ พระสาวกสงฆ์จัดเป็นรัตนะประการหนึ่งในรัตนะ ๓ ซึ่งเป็นผู้มีศีลและทิฏฐิเสมอกัน ถ้าไม่มีพระสาวกสงฆ์เป็นผู้รู้ธรรมและรับปฏิบัติ ความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าก็ไม่สาเร็จประโยชน์ และพระสาวกสงฆ์นั้นได้เป็นกาลังใหญ่ของพระศาสนาในอันช่วยประกาศพระธรรมประดิษฐานพระพุทธศาสนาขึ้น เพื่อประโยชน์สุขแก่ชนเป็นอันมาก.

๓. พระอัญญาโกณฑัญญะมีมูลเหตุจูงใจอะไร จึงได้ออกบวชตามอุปัฏฐากพระมหาบุรุษขณะบาเพ็ญทุกรกิริยา ?
ตอบ พระอัญญาโกณฑัญญะมีมูลเหตุจูงใจ เพราะได้เคยร่วมทานายพระลักษณะของพระมหาบุรุษโดยเชื่อมั่นว่าจะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า จึงตามอุปัฏฐากด้วยหวังว่า เมื่อพระมหาบุรุษตรัสรู้จักทรงเทศนาโปรด.

๔. ภิกษุผู้รู้รัตตัญญู ย่อมมีคุณสมบัติเช่นไร จึงพ้นจากคาตาหนิว่า โตเพราะกินข้าว เฒ่าเพราะบวชนาน ?
ตอบ ย่อมเป็นผู้เก่าแก่ ได้พบเห็นและสันทัดในกิจการของคณะ ย่อมอาจจัดอาจทาให้สาเร็จด้วยตนเองหรือบอกเล่าแนะนาผู้อื่น เป็นเจ้าแบบเจ้าแผนดุจผู้รักษาคลังพัสดุ

๕. พระพุทธเจ้าทรงแสดงอนุปุพพีกถาแก่ใครเป็นครั้งแรก ? อนุปุพพีกถานั้นกล่าวถึงเรื่องอะไร ?
ตอบ พระพุทธเจ้าทรงแสดงอนุปุพพีกถาแก่ยสกุลบุตรเป็นคนแรก และอนุปุพพีกถานั้นกล่าวพรรณนาทานการให้ แล้วพรรณนาศีลความรักษากายวาจาเรียบร้อย พรรณนาสวรรค์คือกามคุณที่บุคคลใคร่ ซึ่งจะพึงได้พึงถึงด้วยกรรมอันดีคือทานและศีล พรรณนาโทษแห่งกาม และพรรณนาอานิสงส์แห่งความออกจากไปจากกาม.

๖. พระมหากัสสปะได้รับอุปสมบทแล้วนานเท่าไรจึงบรรลุพระอรหันต ? พระโอวาทข้อว่า “เราจะไม่ละสติไปในกาย คือพิจารณาร่างกายเป็นอารมณ์” สงเคาระห์เข้าในธรรมข้อใดบ้าง ?
ตอบ พระมหากัสสปะอุปสมบทแล้วนานถึง ๘ วันถึงบรรลุพระอรหันต์ และพระโอวาทที่ว่า เราจะไม่ละสติไปในกาย คือพิจารณาร่างกายเป็นอารมณ์ สงเคราะห์เข้าใน กายคตาสติ และ วิปัสสนาญาณ เป็นต้น

๗. พระสาวกผู้แสดงความไม่ต่างกันแห่งวรรณะ ๔ เหล่า คือใคร ? แสดงแก่ใคร ? ที่ไหน? พระสูตรนั้นชื่ออะไร ?
ตอบ พระสาวกผู้แสดงความไม่ต่างกันแห่งวรรณะ ๔ เหล่าคือ พระมหากัจจายนะ
แสดงแก่พระเจ้ามธุรราช อวันตีบุตร
แสดงที่คุนธาวัน แขวงเมืองธุรราชธานี
พระสูตรนั้นชื่อว่า มธุรสูตร

๘. คาถาว่า “ข้าพระเจ้าจักพิจารณาเห็นโลกอย่างไร มัจจุราชจึงจักไม่แลเห็น” ใครเป็นผู้ทูลถาม ? พระศาสดาทรงพยากรณ์ไว้อย่างไร ?
ตอบ พระโมฆราชเป็นผู้ทูลถาม และพระศาสดาทรงพยากรณ์ว่า ท่านจงเป็นคนมีสติ พิจารณาเห็นโลกโดยความเป็นของว่างเปล่า ถอนความตามเห็นว่าตัวของเราเสียทุกเมื่อเถิด ท่านจักข้ามล่วงมัจจุราชเสียได้ด้วยอุบายอย่างนี้ ท่านพิจารณาเห็นโลกอย่างนี้แล มัจจุราชจึงไม่แลเห็น.


        วัดอ้อมน้อย  1 หมู่ที่ 4 ต.อ้อมน้อย อ. กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน